My Dream: IT ไทย มีคนเก่ง + ดี มากที่สุดในโลก :-D
สำหรับเพื่อนๆที่ กำลังค้นหาข้อมูลและหลักสูตรในการไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะหลักสูตรปริญญาโทของสถาบันการศึกษาในสหราชอาณาจักร มักมีข้อสงสัยว่า ทำไมมันถึงมีหลักสูตรหลากหลายรูปแบบเหลือเกินไม่ว่าจะเป็น MSc, MA, MRes หรือ MPhil แล้วข้อแตกต่างของแต่ละประเภทนั้นเป็นอย่างไร หลักสูตรใดเหมาะกับตัวของเราบ้าง เราลองมาดูคำอธิบายเบื้องต้นของแต่ละหลักสูตรกันหากเราแบ่งหลักสูตรการเรียนออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะการเรียนการสอน เราสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ Taught Masters ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นการเรียนการสอนแบบ Lecture และทำ Coursework ในขณะที่หลักสูตรอีกประเภทก็คือหลักสูตรประเภท Master by Research ซึ่งจะเป็นการเรียนแบบเน้นการทำวิจัย และการทำวิทยานิพนธ์ในส่วนของหลักสูตรแบบ Taught Masters นั้นประกอบไปด้วยหลักสูตร 2 ประเภทคือ Master of Science (Msc) และ Master of Arts (MA) โดยทั่วไปแล้วหลักสูตร Msc นั้น จะเป็นในลักษณะของหลักสูตรปริญญาโทในสายการเรียนที่มีการใช้การคำนวณหรือวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลัก อาทิ Msc in Computer in Engineering, Msc in Health Science หรือ Msc in Economics ในขณะเดียวกันหลักสูตรประเภท MA จะเป็นหลักสูตรในสายการเรียนที่ไม่มีการคำนวณหรืออาจจะมีไม่มาก นักอาทิเช่น MA in Creative Writing, MA in American History หรือ MA in International Relationsทั้งนี้ในบางสายการ เรียนอาทิ Business หรือ Economics นั้น อาจจะมีได้ทั้งหลักสูตรที่เป็น Msc หรือ MA ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าวิชาการเรียนของโปรแกรมนั้นๆ จะเน้นหนักไปทางด้านใด หากเน้นหนักทางด้านการวิเคราะห์ การคำนวณ และการใช้ตัวเลข เราก็สามารถทราบได้ในเบื้องต้นจากชื่อหลักสูตรที่จะเป็น Msc อย่างไรก็ตาม หากชื่อหลักสูตรเป็น MA เราก็จะทราบในเบื้องต้นได้ว่าหลักสูตรนั้นๆจะเป็นการเรียนในเชิง Qualitative มากกว่า Quantitativeสำหรับในส่วนของ Master by Research นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทเช่นเดียวกันซึ่งประกอบไปด้วย Master of Research (MRes) และ Master of Philosophy (MPhil) สำหรับหลักสูตร MRes นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในส่วนของการวิจัย หรือต้องการต่อยอดในการเรียนต่อปริญญาเอกในอนาคต แต่อาจจะยังไม่มีหัวข้อวิจัยที่ชัดเจน ดังนั้นการเรียนในหลักสูตร MRes จะเป็นพื้นฐานที่จะช่วยให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ในส่วนของ Coursework เพิ่มเติมเพื่อค้นหาหัวข้อวิจัยที่ตัวเองถนัดและสั่งสม ประสบการณ์รวมถึงทักษะในการทำวิจัยต่อไปสำหรับหลักสูตร MPhil นั้น จะเป็นระดับปริญญาที่สูงกว่า Master of Science/ Arts ทั่วๆไป แต่จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า Doctoral degree ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้ว MPhil จะเป็นปริญญาที่ได้จากการเรียนในหลักสูตรปริญญาโทควบปริญญาเอก โดยนักศึกษาจะได้รับปริญญาประเภท MPhil ก็ต่อเมื่อผ่านการเรียนมาอย่างน้อย 2 ปีในการเรียนในหลักสูตรปริญญเอกและมีโครงร่างของการทำวิทยานิพนธ์ในเบื้องต้นแล้ว แต่ไม่ต้องการที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกนอกจากประเภทของปริญญาที่กล่าวไปข้างต้น ยังมีหลักสูตรปริญญาโทประเภทอื่นๆอีกอาทิเช่น MBA (Business), Mmus (Music) , LLM (Law) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายๆคนมักมีข้อสงสัยระหว่างหลักสูตร MBA และ Msc in Business หรือ MA in Business ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้วหลักสูตร MBA นั้นจะมีการเรียนการสอนที่กว้างกว่าหลักสูตร Msc หรือ MA in Business ทั่วไปและใช้เวลาในการเรียนที่นานกว่า ซึ่งหลักสูตร MBA จะใช้เวลาเรียนประมาณ 16 – 18 เดือน โดยในปีแรกจะเรียนวิชาพื้นฐานทางธุรกิจทั่วไปอาทิเช่น Marketing, Finance, Organization Management, HR, etc. และหลังจากที่เรียนวิชาบังคับจบแล้ว นักศึกษาจะมีสิทธิ์ในการเลือกเรียนวิชาเฉพาะทางในสายการเรียนที่ตนเองต้องการในปีที่สอง ในขณะเดียวกันสำหรับหลักสูตร Msc หรือ MA in Business นั้นจะเป็นการเรียนที่เฉพาะเจาะจงในหลักสูตรที่เลือกมาตั้งแต่ต้นเช่น Msc in Accounting ก็จะเป็นการเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องเฉพาะกับวิชาบัญชีเท่านั้น จะไม่มีการเรียนการสอนในสาขาวิชาอื่นๆ นอกจากนั้นโดยทั่วไปสำหรับหลักสูตร MBA โดยส่วนมากทางมหาวิทยาลัยจะกำหนดให้ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์ทำงานขั้นต่ำ 2 ปี ในขณะที่หลักสูตร MSc หรือ MA in Business ทั่วไปนั้น ไม่มีการกำหนดประสบการณ์การทำงานขั้นต่ำแต่อย่างใด