มันไม่บ้าหรอกทั่น ก็มันคัดตัวเป้งๆ ไปแล้วหนิ ขอบคุณสำหรับข่าวนะคับ 
ที่ผมว่ามันบ้าเนี่ย ก็เพราะว่า
1. คนที่จะเข้า ม. ระดับพวกนี้ได้
ต้องเกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับเกียรตินิยมอันดับ 1 เท่านั้น ถ้าต่ำกว่านี้
หมดสิทธิ์2. ม. ส่วนใหญ่ที่เขาจะให้ไปเรียนนั้น (โดยเฉพาะของประเทศสหรัฐอเมริกา) ส่วนมากจะเป็น ม.เอกชนระดับท็อปทั้งนั้น (ถ้าเป็น ม.รัฐ ก็เป็น ม. ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในกลุ่มของ ม.รัฐ) ซึ่ง ม. พวกนี้เข้าก็ยากเย็นแสนเข็ญ แถมค่าเทอมยังแพงแบบขูดเลือดอีกต่างหาก ซึ่งส่วนมากคนที่จะไปเรียนได้นั้น นอกจากเกรดเฉลี่ยจะต้องสูงมากๆ อย่างที่บอกไปก่อนหน้าแล้ว เงินทุนจะต้องหนามากๆ อีกด้วย (ซึ่งก็เป็นพวกครอบครัวเศรษฐีกันทั้งนั้น) แล้วเงินเดือนพนักงานธนาคารเองก็ไม่ได้สูงอะไรมากมาย ซึ่งก็น่าคิดว่า คนพวกนี้เขาจะมาขอทุนกันเหรอ เผลอๆ เรียนจบกลับมาทำกิจการครอบครัวจะได้เงินเยอะกว่ามากๆ ซะด้วยซ้ำ อ้อ จะขอทุนได้นี่
ต้องได้รับการตอบรับเข้าเรียนจาก ม.ตามที่เขากำหนดให้ก่อนนะ ถึงจะขอทุนได้
2 ข้อนี้แหละที่ทำให้ผมคิดแบบนี้ล่ะ เขาน่าจะใช้วิธีสอบคัดเลือกเข้ามาทำงานเป็นพนักงานผู้ช่วยก่อน (แบบเดียวกับผมน่ะ) แล้วให้ทำเรื่องเสนอรายชื่อ ม. ให้ทางเจ้าของทุนพิจารณาและอนุมัติก่อน แล้วถึงจะสมัครได้ ไม่ใช่กำหนดตายตัวเลยว่าจะต้องเข้า ม. กลุ่มนี้เท่านั้น กดดันเกินไป (อย่าลืมว่า คนไทยหลายคนที่ไปเรียนอยู่ ม. แบบนี้ อย่างเช่น Harvard แล้วต้องออกกลางคันก็มีเยอะ เพราะส่วนมากก็คือเรียนไม่ไหวนั่นแหละ แต่จบมาได้ก็โอเคครับ คุณเจ๋งมาก

)
แต่จะว่าไปก็คงมีคนสมัครล่ะมั้ง เขาถึงประกาศรับสมัครทุนได้ตลอด
